
อัลบั้มใหม่ Chuck, My Wild Lucy ปล่อยแล้ว! ฟังพร้อมกันผ่านทุกแพลตฟอร์ม
- Pinky Mutationwave
- Sep 11, 2024
- 1 min read
สวัสดีครับ ผมอั้ม, อั้มแนร์ หรือ Marty Chicago จริงๆแล้วจะเรียกผมว่าอะไรก็ตามแต่พวกคุณเลยครับ ขนาดไอไกด์, ไกด์แนร์ หรือ Mr. Pane’John ยังเรียกผมว่าสวะ เอาล่ะมาเข้าเรื่องกัน บทความนี้คือเป็นบทความประวัติความเป็นมาแบบย่อๆคร่าวๆ ของวงแนร์ครับ หรือภาษาอังกฤษเขียนว่า Næ ซึ่งพวกคุณไม่ต้องไปเสียเวลาไปหาตัว æ บนแป้นพิมพ์ของคุณหรอก เพราะในบทความนี้สิ่งที่ผมจะเล่าให้ฟังมันคือประวัติของวง แต่ถ้าหากว่าคุณไม่สนใจหรือไม่อยากรู้จักวงแนร์ไปมากกว่านี้แล้ว ผมจะถือโอกาสนี้ให้พวกคุณหยุดอ่านบรรทัดนี้เป็นบรรทัดสุดท้าย เพราะในบรรทัดต่อไปผมจะเริ่มเล่าประวัติของวงอย่างคร่าวๆและแบบเป็นการเป็นงานที่สุด มันเป็นเรื่องที่ไม่บ่อยครั้งที่คนอย่างอั้มแนร์ หรือ Marty Chicago จะว่าไปไอ้คนที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นก็คือผมนี่แหละ จะมาเขียนบทความยาวๆให้ทุกคนได้อ่าน เพราะว่าผมเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ ถ้าหากไม่สนใจในหนังสือเล่มนั้นจริงๆ และผมก็เป็นคนไม่ค่อยพูดเยอะถ้าหากไม่มีเรื่องให้พูดเยอะจริงๆ เอาล่ะถ้าหากว่าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้ว นั่นหมายความว่าคุณเริ่มเปิดใจที่อยากจะอ่านประวัติความเป็นมาของวงแนร์ หรือไม่คุณก็ยังไม่เปิดใจเพียงแต่อยากจะรู้ว่า บทความนี้มันจะจบยังไง ไม่เป็นไรนั่นมันคือสิทธิ์ของคุณ เพราะผมไม่สามารถไปบังคับคุณได้อยู่แล้ว เพราะผมไม่ใช่นักมวย...(ถ้าไม่เก็ทก็ข้ามไป อย่าไปนั่งคิดเยอะ!) ผมเคยได้ยินมาว่าการเขียนโครงเรื่องควรจะมีต้นกลางจบของเรื่องภายในห้าบรรทัด แต่คุณไม่ควรเอาบทความของ Marty Chicago ไปเปรียบเทียบ เพราะนี่ไม่ใช่โครงเรื่องบทละคร แต่มันคือบทความประวัติความเป็นมาของวงแนร์ (Næ) เอาล่ะเริ่มกันสักที ต้องขออนุญาตเกริ่นก่อน ว่าคำว่าแนร์ที่ผมได้นำมาใช้เป็นชื่อวงนั้น จริงๆมันคือภาษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ผมเองไม่ได้เป็นคนภาคนั้น ผมเป็นคนจังหวัดสระบุรีและอำเภอที่ผมอยู่ก็จะติดๆกับจังหวัดนครราชสีมา ดังนั้นภาษาที่ใช้พูดกันก็จะได้รับอิทธิพลมาค่อนข้างเยอะ คุณอาจจะเคยได้ยินประโยคคำถามของคนภาคอีสานว่า “ไปตลาดมาแน” “กินข้าวนำแน” แต่ถ้าคุณอ่านสองประโยคที่ผมได้ยกตัวอย่างไป แล้วในใจคุณตอบว่า “บ่” ยินดีด้วยครับคุณเป็นคนกวนตีน หรือไม่ก็อาจจะเป็นลูกรับส่ง อย่างเช่น เพื่อนคุณเล่าเรื่องอะไรให้คุณฟังสักอย่าง มันอาจจะเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นหรือไม่ตื่นเต้น แล้วคุณตอบกลับไปว่า “แน” เอาจริงๆสำหรับตัวผมคำว่า “แน” มันอาจจะหมายถึงคำว่า “หรอ” ก็ได้ในภาษาภาคกลาง นั่นแหละครับ ผมได้นำคำนี้มาใช้ในการตั้งชื่อวง เพราะว่าในช่วงที่ผมเรียนอยู่มัธยม เพื่อนส่วนใหญ่จะชอบใช้แน มากกว่าหรอ (ประโยคนี้ผมไม่ได้ถามพวกคุณ ผมแค่บอกให้ฟังว่าเพื่อนผมรวมถึงผมจะชอบใช้มากกว่าหรอ) แล้วนำมาดัดแปลงด้วยการเติม ร์ เพื่อเพิ่มความคูลในอักษร และให้คำ แนร์ มันดูมีอะไรมากกว่าคำว่า แน Næ ก็เช่นกันกัน การออกเสียงคือออกเสียงเหมือนกัน เพียงแค่ใช้ตัวอักษรที่แปลกใหม่ และอาจจะไม่ได้เห็นบ่อยนักในภาษาอังกฤษ ผมรู้จัก æ เพราะว่าผมเป็นแฟนบอล เอซี มิลาน แล้วมีนักบอลในทีมนี้มีนักเตะคนหนึ่งชื่อว่า Simon Kjær ผมได้นำ æ เข้ามาใช้แทน Nae เพื่อเพิ่มความเท่ในตัวอักษร วงแนร์ ก่อตั้งขึ้นเป็นจริงเป็นจังตอนผมอยู่มหาลัย ช่วงปี2 ซึ่งก่อนหน้านั้นผมได้ทำกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง แต่ด้วยระยะทางที่ห่างไกล จึงทำให้เลือกทางที่สะดวกกว่า จริงๆผมเกือบจะไม่ทำวงต่อเพราะว่า ผมเป็นคนที่มีความสามารถทางด้านดนตรีน้อย ที่เจ๋งที่สุดคือการเขียนเพลงเท่านั้น จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง เหตุเกิดที่ร้านเหล้าในบางแสน ผมได้บังเอิญเจอกับไกด์ มันคือเพื่อนในคณะแต่เรียนคนละสาขากัน ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเจอกับมันบ่อยในตอนไปเตะบอล แต่ไม่เคยได้คุยกับมันเรื่องเพลงเลย วันนั้นมันเล่นกีต้าร์อยู่ในร้านกับกลุ่มเพื่อน และผมก็ได้มีโอกาสร่วมแจมด้วย ผมจำไม่ได้ว่ามันร้องเพลงอะไรกัน จนผมไปนั่ง ผมบอกว่าขอเพลง Johnny B. Goode ของ Chuk berry เหลือเชื่อ! แมร่งเล่นได้ โซโล่ยันริทึ่ม ผมคุยกันถูกคอ และได้มาแลกเปลี่ยนความรู้กัน ทั้งเรื่องแนวเพลงที่ฟังอยู่ในขณะนั้น เพลงที่ชอบ วงดนตรีที่ชอบ ทุกอย่างมันใกล้เคียงกัน ไกด์ชอบ The Beatles ส่วนผมชอบ Elvis Presley และได้รู้ว่ามันเองก็มีวงเหมือนกัน แต่เป็นตอนอยู่มัธยม ซึ่งในตอนนั้นมันก็ยังทำวงที่มัธยมอยู่ และมันก็ได้บอกว่า “ถ้ามึงอยากทำเพลงต่อ เดี๋ยวกูช่วย” ตอนนั้นผมเหมือนเห็นแสงสว่างขึ้นมาอีกครั้ง ผมไม่รีรอที่จะขุดคุ้ยเพลงเก่าๆที่เคยเขียนไว้ แต่ยังไม่ได้ทำต่อ มาร้องให้มันฟัง เหยดเข้! มันชอบ ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดผมร้องBe Lovely กับเปิดฉบับ Demo ที่เคยทำค้างไว้ ไกด์ได้นำไปทำบีทใหม่ ใส่ไลน์กีต้าร์Funk ให้เจ๋งกว่าเดิม ใครจะรู้ ขนาดเพลงเมื่อคืนไปกินเหล้ากับเพื่อนสี่คน มันคือเพลงที่ผมกะจะโละทิ้ง แต่ไกด์มันยังสามารถเคาะใหม่แล้วเกาเนื้อให้เจ๋งได้ จากนั้นเราได้มีการนัดดื่มนัดเจอกันบ่อยขึ้น เพื่อจะมาแลกเปลี่ยน แล้วคุยกันเรื่องเพลง เรื่องวง และทิศทางแนวดนตรีที่เราจะทำ จนกระมาถึงตอนนี้ แนร์คือวงดนตรี ที่ไม่มีแนวอย่างตายตัว แนร์ขายทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น Rock, Rock ‘n’ Roll, Indy Rock, Rockabilly, Blues, etc. (แต่เราชอบ Rock ‘n’ Roll ที่สุด) อย่างไรก็ตามแนร์จะผลิตเพลงที่มีคุณภาพให้ผู้ฟังได้ฟัง ฝากทุกท่านติดตามพวกเราด้วยนะครับ
